สิ่งเดียวที่หายไป คือ ตัวเรา

ข้างในว่างไม่มีอะไร
ข้างนอกก็รับรู้สักแต่ว่าธาตุตามธรรมชาติ

เมื่อเข้าถึงสภาวะนี้
ตัวเรา..มีไหม ?
ร่างกาย..ใช่เราไหม ?
จิตใจ..ใช่เราไหม ?
มันไม่มีอะไรเป็นตัวตน
เพราะว่าการยึดติดในขันธ์ทั้ง5
มันไม่ก่อตัวขึ้น

ความเป็นตัวตน
เกิดจากการยึดติดในขันธ์5

เพราะฉะนั้นการไม่ยึดติด
เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา
นั่นคือพุทธสภาวะ

สติเป็นธรรมชาติที่บริสุทธิ์ เพราะฉะนั้นการปล่อยวาง
ไม่ใช่การปล่อยปละละเลย

ภายนอกมันก็ทำงานทำการ
ใช้ชีวิตได้ตามปกติ
แต่ข้างในมีแต่รู้ที่บริสุทธิ์
ไม่ยึดติดกับอะไรเลย
เป็นเรื่องของสภาวธรรม

นั่นคือ
การวาง หลุดจากอุปาทาน
การยึดถือ ยึดมั่นถือมั่น

ฝึกอยู่กับสภาวะรู้ไปเรื่อยๆ
จนสามารถอยู่กับรู้ได้เป็นปกติในชีวิตประจำวัน
ทำงานทำการก็อยู่กับรู้ได้

ตรงนี้คือ..
วิหารธรรมของพระอริยะเจ้าทั้งหลาย
ที่เรียกว่า..สุญญตา

มันว่างจากตัวตน
จากความยึดมั่นถือมั่น
ก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติ

เมื่ออยู่กับรู้ไปเรื่อยๆ
ก็จะมีความละเอียดขึ้นไปเรื่อยๆ
นั่นคือ..สิ่งที่ต้องพัฒนา

ก็คือ..การอยู่กับรู้
จนทรงตัวเป็นปกติ
รู้ที่ไม่มีการยึดติด
เป็นอิสระจากขันธ์ทั้ง5

รู้ที่มีตัวมีตนเป็นเรื่องของสังขาร

แต่..โลกุตระ ไร้ตัวตน ไร้การยึดติด
เหลือแต่รู้สักแต่ว่ารู้
ก็ค่อย ๆ ฝึกค่อย ๆ พัฒนาไป

Powered by MakeWebEasy.com