ฝ่ามรสุมกระแสวิบาก

ถาม:
ทุกวันนี้ผมใช้การทำงาน การดำรงชีวิต
เป็นการปฏิบัติธรรม
เปลี่ยนการทำงานให้เป็นเครื่องมือฝึกจิต
ทำด้วยจิตว่าง เเต่ยังทุกข์
เพราะผลลัพธ์อยู่บ้าง แต่ไม่มาก

ไม่ได้ทุกข์เพราะอยากได้มากๆ หรือ ยึดติดเงิน
เพียงแต่ยังไม่เจอทางทำมาหากิน
สะดวกคล่องแบบเป็นปกติ

มันเหมือนจะเจอบททดสอบชีวิตที่ยาก
ไม่รู้เป็นวิบากกรรมหรือเปล่า
ถึงจะยาก ผมก็ยินดีทำ
เพราะได้ ฝึกละความกลัว ความกังวล

คำถามคือ เราควรจะวางจิต
ของเราแบบไหนดีครับ?

ตอบ:
ที่ทำมาก็ดีแล้วนะ ให้ปฏิบัติไปเรื่อยๆ
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา
มันไม่มีอะไรบังเอิญหรอก มันก็
เป็นไปตามเหตุปัจจัยที่ได้สะสมไว้

ร่างกายนี้คือ กรรมเก่า คือผลที่สืบต่อกันมา

บางครั้ง วิบากที่ดีให้ผล
มันก็เกิดความสบายใจ คิดแต่สิ่งดีๆ

แต่บางครั้งวิบากกรรมที่ไม่ดีให้ผล
มันก็จะทำให้เกิดความเศร้าหมอง
เกิดความวุ่นวายใจ เกิดความไม่สบายใจ
แล้วก็จะทำให้เราหลงผิดได้ง่าย

การที่เราจะประคองตัว
ฝ่ามรสุมของกระแสวิบากกรรม ก็คือ
ต้องมีจิตใจที่ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวกับสิ่งใด

การฝึกสติปัฏฐาน 4
จะเป็นหลักให้กับพวกเราทุกคน

วิบากกรรม เป็นมรสุมที่พัดพาทุกสรรพสัตว์
ชักนำไปตามวงจรของมัน
การที่เราจะประคองตัวไว้
ฟันฝ่ามรสุมทุกอย่างได้... ด้วยใจที่ตั้งมั่น

การฝึกสติปัฏฐาน จะช่วยให้เรามีจิตใจที่ตั้งมั่น
ไม่หวั่นไหวไปกับสิ่งต่างๆที่กระทบเข้ามา

นอกจากจะทำให้เราประคองตัวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มันเป็นโอกาสที่เราจะได้ชำระล้างตัวเอง

ที่พระพุทธเจ้า ตรัสว่า...
สติปัฏฐาน 4 สามารถชำระล้างบาปและอกุศลธรรมให้หมดสิ้นไปได้

เหมือนโยมมีหนี้มีสิน ถ้าเราไม่มีตังใช้ เป็นไง?
ก็ต้องติดคุก ชดใช้กันไป นั่นคือทุกข์ในอบายภูมิ ไม่มีตังใช้หนี้

เราจะหมดหนี้หมดสินได้ต้องทำยังไง
ก็ต้องใช้หนี้

แล้วโยมจะชดใช้หนี้ด้วยการติดคุกติดตะราง
หรือว่า โยมจะทำมาหากิน สะสมทรัพย์
เพื่อเคลียร์หนี้เคลียร์สินให้กับเจ้าหนี้ทั้งหลายล่ะ

การฝึกสติปัฏฐานสี่ อยู่เนืองๆ
จนเข้าถึงความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ
โยมจะเข้าถึงแหล่งของ "อริยทรัพย์อันประเสริฐ" หรือ "พลังงานบริสุทธิ์"

สิ่งนี้นั่นแหล่ะ จะไปชำระล้างวิบากกรรม พันธนาการ บาป และอกุศลธรรมจนหมดสิ้นไปได้

ทรัพย์สมบัติมันมีค่าแค่ในช่วงเวลาที่เรามีชีวิตเท่านั้น มันเป็นทรัพย์ของโลก
แต่อริยทรัพย์ หรือ ความบริสุทธิ์
เป็นของสากลในระบบของธรรมชาติ
มันเป็นสิ่งที่จะติดตัวเราไปตลอดกาล

เช่นเดียวกับ วงจรกรรม ที่เราทำไว้
มันเป็นพลังงานมืด ที่รายล้อมตัวเราอยู่

ถ้าเราไม่มีความบริสุทธิ์
พลังงานมืดหรือวงจรกรรมก็จะชักนำเราไป
ส่วนใหญ่แล้ว มันก็จะตกต่ำลงสู่ความมืดมิดไปเรื่อยๆ
เพิ่มความหนักให้แก่ตัวเองไปเรื่อยๆ
ส่วนใหญ่ วิถีของดวงจิตก็จะดิ่งลง ลึกลง

ส่วนใหญ่แล้วดวงจิตในวัฏสงสาร
จะจมสู่ความมืดมิด
น้อยมากๆที่จะลอยขึ้นมาสว่างไสว
หลุดออกจากวงจรของวัฏสงสาร

เพราะฉะนั้น การที่เราได้มีโอกาสเกิดขึ้นมา
พบพระพุทธศาสนาเป็นโอกาสทอง
ของพวกเราทุกคน ที่จะปลดพันธนาการทุกอย่าง

โอกาสเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้โดยยาก
จะหวังยุคพระศรีอาริย์เหรอ

ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงช้อนดินขึ้นมาเท่าปลายเล็บของพระองค์
แล้วตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า...

เธอจะสำคัญข้อนี้ว่าอย่างไร
ดินเท่าปลายเล็บตถาคต กับ ดินทั้งป่าในมหาปฐพี
อันไหนจะมากกว่ากัน?

ภิกษุ กราบทูลว่า...
ดินทั้งป่าในมหาปฐพีมากกว่า
อย่างเทียบกันไม่ได้เลย พระพุทธเจ้าข้า

ฉันใด... ผู้ที่ได้มีโอกาสเกิดขึ้นมาเป็นมนุษย์
เมื่อละจากโลกนี้ไป จะมีโอกาสกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก เท่าดิน เท่าปลายเล็บตถาคต

ส่วนใหญ่แล้วก็จมสู่อบายภูมิ จมสู่ความมืด

โยมจะหวังโอกาสหน้าเหรอ?
โอกาสทองที่สำคัญที่สุด มันไม่ใช่น้ำบ่อหน้า
มันคือ ปัจจุบัน!!!

มันจะมีโอกาสอันใด สำคัญกว่าโอกาสนี้
ที่จะทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
เพื่อปลดปล่อยตัวเองจากวัฏสงสาร

ฝึก สติปัฏฐานสี่ อยู่เนืองๆ
เข้าถึงความบริสุทธ์อยู่เนืองๆ
สะสมอริยทรัพย์อันประเสริฐให้แก่ตัวเอง

เติมความบริสุทธิ์ให้แก่ตัวเองในทุกๆวัน
เพื่อชำระล้างบาปและอกุศลธรรมจนหมดสิ้นไป

เมื่อใดที่สามารถเติมจนบารมีธรรมเต็มเปี่ยม
เคลียร์หนี้เคลียร์สินทุกอย่างจนหมดสิ้น

จึงจะสามารถดับรอบ
แล้วกลับคืนสู่ความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ
พบกับความสงบสุขที่แท้จริงคือพระนิพพานได้

เพราะฉะนั้น มันไม่มีกิจอันใด
ที่จะสำคัญกว่านี้อีกแล้ว

เราสามารถใช้วิถีชีวิตของเรา
เป็นอุปกรณ์ของการพัฒนาสติ
ปลุกความตื่นรู้ขึ้นมาเนืองๆ

แล้วก็ฝึกตามที่พาฝึกในทุกๆวัน
เพราะเวลาพาฝึก จะพาปรับกระแสให้ก่อน

เปรียบเสมือน คอมพิวเตอร์ มีไวรัส มีมัลแวร์แฝงฝังเยอะ เครื่องมันรวน ก็ต้องชำระล้างสิ่งเหล่านี้ออกไปก่อน

จะพาเคลียร์กระแสสิ่งที่ไม่ดี
สิ่งที่แฝงที่ฝังออกไปก่อน

จากนั้นก็จะพาเข้าสู่สภาวะ
ตามหลักของสติปัฏฐาน

ฐานกาย ฐานเวทนา ฐานจิต ฐานธรรม
จนสลัดคืนเข้าสู่ อมตธรรม
เข้าถึง ความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ

ให้ท่านทั้งหลายได้มีโอกาสสะสม
ความบริสุทธิ์ให้แก่ตัวเองอยู่เนืองๆ

ถ้าท่านทั้งหลายทำตามที่พาฝึกทุกๆวัน
จนบารมีธรรมเต็มเปี่ยม

ท่านทั้งหลายก็จะมีโอกาสดับรอบ
เพื่อคืนสู่ความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ
คือ พระนิพพานได้

โดย พระมหาวรพรต กิตติวโร
พระวิปัสสนาจารย์

Powered by MakeWebEasy.com