สำรวจสภาวะของตัวเองดูว่ารู้ตัวทั่วพร้อมหรือเปล่า

วิธีปฏิบัติเบื้องต้น ท่านทั้งหลายมีความคล่องตัวแบบใด
ทำแล้วมันรู้สึกนิ่งดี สงบดีแล้ว
ก็สำรวจสภาวะของตัวเองดูว่ารู้ตัวทั่วพร้อมหรือเปล่า
ถ้ามันเป็นสมาธิที่นิ่งจดจ่อ อยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง
เมื่อมันนิ่งดีแล้ว ก็ขยายการรับรู้ออกมาทั่วทั้งตัว
มันจะเกิดความรู้สึกตัวทั่วพร้อมขึ้นมา
จิตมันจะเป็นกลางตั้งมั่นขึ้น
เกิดความรู้พร้อมทั้งกายทั้งใจ
.
สำหรับคนใหม่หรือว่าคนที่ฝึกใจยังไม่นิ่งดี
อาจจะอาศัยอุปกรณ์การหายใจเป็นเบื้องต้นเข้าช่วยก็ได้
สูดลมเข้าจนเต็มปอด กลั้นลมหายใจสักเล็กน้อย
มันจะเกิดความรู้สึกตัวขึ้นมา
ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกสบาย ๆ
ถ้าใครใช้วิธีนี้ได้แล้วรู้สึกว่ามันนิ่งดีก็ทำ
ตรงนี้จะส่งเข้าสู่สภาวะความรู้สึกตัวทั่วพร้อมได้เร็วมาก
.
พอรู้สึกตัวทั่วพร้อมเป็น
ก็แช่อยู่กับความรู้สึกทั่วทั้งตัวไปเลย
สภาวะของความรู้สึกตัวทั่วพร้อมในชั้นสัมมาสมาธิเป็นอย่างไร
ความรู้สึกตัวของร่างกายในสัมมาสมาธิ
มันก็จะเกิดความรู้สึกชา ๆ ซ่าน ๆ ตามตัว หัวตัวแขนขา
อาการหนึบ ๆ หยุ่น ๆ คล้ายสนามพลัง
บางทีก็เหมือนกระแสไฟฟ้าวิ่งทั้งตัว
เกิดอาการ ปิติ ตัวโยกโคลงทั้งตัวบ้าง ขนลุกทั้งตัวบ้าง
เกิดกระแสความร้อนทั้งตัวบ้าง เกิดกระแสความเย็น
บางทีก็เกิดอาการแข็งเป็นหินทั้งตัวบ้าง
บางทีก็เกิดอาการตัวลอยตัวเบาตัวหนัก
เกิดอาการขยายตัวหดตัวบ้าง
อันนี้คือสภาวะของชั้นสัมมาสมาธิ ที่เรียกว่าระดับของปิติ
.
ในอานาปานสติจากฐานกายเข้าสู่ฐานของเวทนา
รู้ปิติก็คือสภาวะของความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
อันนี้เป็นสภาวะชั้นต้นของสัมมาสมาธิ
คือความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
มันจะเป็นความรู้สึกของร่างกายทั่วทั้งตัวเลย
ใครปฏิบัติไปเคยเจอบ้าง
ซาบซ่านทั่วทั้งตัว ขนลุกขนพองทั้งตัว
อาการความรู้สึกตัว ถ้าเรานิ่งเป็นแล้วจะเกิดสภาวะพวกนี้
แล้วเราแช่อยู่กับความรู้สึกตัวเป็น
สติสัมปชัญญะของเราจะพัฒนาได้ดีมาก
เรียกว่ามันเต็มฐานความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
จากนั้นก็ฝึกรู้สึกทั้งตัวไปเลย
ยืน เดิน นั่ง นอน ทำอะไรก็รู้สึกทั้งตัวไปเลย
สติสัมปชัญญะก็จะละเอียดขึ้นโดยลำดับ
.
ถ้าเราปฏิบัติไปเรื่อย ๆ สติสัมปชัญญะละเอียดขึ้น
จากความซาบซ่านทั่วทั้งตัว ก็จะเกิดความสุข เบาสบาย
เบากาย เบาใจ เกิดความโปร่งโล่งเบาสบาย
ถ้าเราพัฒนาสติมาถึงโปร่งโล่งเบาสบายแล้วละก็
เราจะพบเลยว่าที่จริงแล้วนี่ ความสุขไม่ต้องไปแสวงหา
จากภายนอกที่ไหนเลย อยู่ภายในใจของเรานี่เอง
จะพบกับความสุขเบาสบาย ที่มันประณีตขึ้นโดยลำดับ
จากที่เคยเป็นคนเครียดคิดว่าวิตกกังวลทุกข์กายทุกข์ใจ
ความเร่าร้อนเหล่านี้จะหายไปเหลือแต่ความสุขเบาสบาย
ต่อให้เรามีเงินทองมากมายสักเพียงใด
มีอำนาจมากมายสักเพียงใด
ก็ไม่สามารถที่จะพบกับความสุขระดับนี้ได้เลย
แต่สามารถพบได้จากการปฏิบัติธรรม จากการเจริญสติปัฏฐาน
ทำให้เราเข้าถึงความสุขที่แท้จริงของชีวิตได้
.
ความสุขจากชั้นโปร่งโล่งเบาสบายนี่ก็สุขมากแล้วโยม
กายเบาจิตเบาโปร่งโล่งเบาสบาย
ปฏิบัติไปก็เหลือแต่ความเบาสบายความเร่าร้อนหายไป
แต่จากนั้นมันก็จะละเอียดขึ้นโดยลำดับ
นี่คือสภาวะของสัมมาสมาธิ ใจเราก็จะนิ่งขึ้นสงบขึ้นตั้งมั่นขึ้น
จากนั้นก็จะพาเดินจิตพลิกเป็นวิปัสสนาญาณทัศนะ
เกิดการแยกธาตุแยกขันธ์ เกิดการรู้เห็นตามความเป็นจริง
สภาวะของสัมมาญาณทุกสิ่งทุกอย่าง
ก็จะเกิดการแยกธาตุแยกขันธ์เป็นของใครของมัน
มิติใครมิติมัน เกิดดับของใครของมัน
เห็นขันธ์ทั้งห้า เกิดดับตามความเป็นจริง
เกิดญาณเห็นจิตสภาวะของสัมมาญาณ
.
เกริ่นให้ท่านทั้งหลายเข้าใจไว้ในเบื้องต้น
จากสัมมาสติตั้งกายตรงดำรงสติมั่น
เข้าสู่สัมมาสมาธิเกิดความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
เกิดการรู้จิต พลิกเป็นสัมมาญาณ
เกิดการเห็นธรรมตามความเป็นจริง
เข้าสู่สัมมาวิมุต จิตหลุดพ้น นิโรธอวิชชาดับ
สเต็ปการปฏิบัติก็จะเป็นแบบนี้
ถ้าเราดำเนินได้ถูกต้อง
สติสัมปชัญญะก็จะพัฒนาไปแนวทางนี้
.
.................................

ธรรมบรรยาย โดยพระมหาวรพรต กิตติวโร

Powered by MakeWebEasy.com