จิตเศร้าหมอง-ทุคติ..จิตผ่องใส-สุคติ

ให้สังเกตช่วงที่ผ่านมาก่อนที่เราจะปฏิบัติ
เรามีช่วงเวลาที่สบายใจ
หรือเดือดเนื้อร้อนใจมากกว่ากัน
อันนั้นแหละบอกคติที่ไปของเราได้เลย
ที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า
เมื่อจิตเศร้าหมองทุคติเป็นอันหวังได้
เมื่อจิตผ่องใสสุคติเป็นอันหวังได้
ไม่มีใครมากำหนดเราทั้งสิ้นตัวเราเองล้วน ๆ เลย
ทำอะไรไว้ก็ได้รับผลของกรรมนั้น ๆ
มันเป็นกฎของธรรมชาติ
กฎของกรรม กฎของความเป็นธรรมดา กฎของธรรมชาติ
.
พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้
สัจธรรมความจริงของธรรมชาติ
พระองค์ไม่ได้มาบัญญัติเพิ่ม
แต่ทรงบอกความจริงให้พวกเราได้รับทราบ
กฎของกรรม กฎของธรรมชาติ
กฎของความเป็นปกติ ความเป็นธรรมดา
เมื่อจิตเศร้าหมองทุคติเป็นอันหวังได้
เมื่อจิตผ่องใสสุคติเป็นอันหวังได้
.
นี่คือผู้แตกต่างระหว่าง
ผู้ที่ยังไม่ได้รับการฝึกฝนกับผู้ที่มีจิตใจที่ตั้งมั่น
การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม
เจริญอริยมรรคมีองค์ 8 เจริญสติปัฏฐาน 4
สามารถเปลี่ยนจากใจ
ที่หลงเพลิดเพลินอยู่ในอารมณ์ต่าง ๆ
พลิกมาเป็นใจที่รู้ตื่นเบิกบานขึ้นมาได้
มีอารมณ์เศร้าเกิดขึ้นก็ปล่อยวางอารมณ์เศร้าได้
กลับมาสู่ใจที่ตั้งมั่นได้
มีอารมณ์ขุ่นเคืองใจเกิดขึ้น
ก็หลุดจากอารมณ์ที่ขุ่นเคืองใจได้
กลับมาเป็นใจที่ตั้งมั่นผ่องใสได้
.
ท่านทั้งหลายว่าสิ่งนี้สำคัญไหม
เงินทองทรัพย์สมบัติ
ก็อำนวยความสะดวกให้กับเราแค่ช่วงที่เรามีชีวิต
แต่สติปัฏฐาน ทำให้เราสามารถหลุดพ้น
จากความเจ็บปวด จากความทุกข์ทรมานทั้งปวง
ทั้งความสุขในปัจจุบัน ทั้งประโยชน์สุขในสัมปรายภพ
เมื่อต้องละจากโลกนี้ไป
ผู้ที่ตื่นขึ้นมีจิตใจที่ตั้งมั่น ก็จะมีจิตใจที่ผ่องใส
เมื่อต้องจากโลกนี้ไปก็ไปสบาย
ไปแบบผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน
แล้วก็เป็นไปเพื่อประโยชน์อันสูงสุด
คือการหลุดพ้นจากเภทภัยในวัฏสงสารทั้งปวง
พบกับความสงบสุขที่แท้จริงคือพระนิพพานได้
.
ท่านทั้งหลายว่าจะมีสิ่งใดสำคัญกว่านี้
สิ่งที่จะเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล
เพื่อความสุขตลอดกาลนาน
ไม่ใช่เฉพาะแค่ความสุขในปัจจุบันเท่านั้น
แต่มันเป็นไปเพื่อความประโยชน์สุขอันไพบูลย์
ศาสตร์ทางโลกจะช่วยให้เรามาใช้ในการดำรงชีวิต
ในขณะที่เรามีชีวิตอยู่เท่านั้น
.
แต่ศาสตร์ของพระพุทธเจ้า
จะเป็นสิ่งที่เราสามารถนำติดตัวไปได้ตลอดกาล
มันเป็นสิ่งที่จะเป็นแก่นธรรมจากข้างใน
เมื่อเมล็ดพันธุ์แห่งพุทธะ
ได้ถูกเพาะบ่มจนเติบโตขึ้นมา
เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน
ทุกคนมีเมล็ดพันธุ์แห่งพุทธะอยู่แล้ว
มีส่วนหนึ่งของธาตุบริสุทธิ์อยู่แล้ว
เพียงแต่รอโอกาสที่จะมาเพาะบ่ม
ให้เมล็ดพันธุ์แห่งพุทธะอันนี้เติบโตขึ้นมา
เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานขึ้นมา
.....................................
ธรรมโดย พระมหาวรพรต กิตติวโร

Powered by MakeWebEasy.com