Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

  รวมธรรมะโดย พระมหาวรพรต กิตฺติวโร (ชุด ๑) (15085 อ่าน)

14 พ.ค. 2562 02:26



ดั่งที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย หนทางนี้เป็นทางสายเอก
เป็นไปเพื่อความหมดจดบริสุทธิ์แห่งสัตว์ทั้งหลาย
เป็นไปเพื่อข้ามพ้นความโศก ความร่ำไรรำพัน
เป็นไปเพื่อความดับความทุกข์กาย
ความทุกข์ใจ ความคับแค้นใจ
เป็นไปเพื่อการบรรลุธรรมที่ถูกต้อง คือพระนิพพานได้
.
สติปัฏฐานสี่เป็นมรดกธรรมอันล้ำค่า
ที่พระพุทธองค์ทรงประทานไว้ให้แก่ชาวโลก
หนทางที่เราจะสามารถพ้นจากสภาพแห่งกองทุกข์ทั้งปวง
พบกับความสงบสุขที่แท้จริงของชีวิตได้
.
จึงนับว่าเป็นวาสนาของท่านทั้งหลาย
ที่ได้มีโอกาสเกิดขึ้นมาพบพระพุทธศาสนา
มีโอกาสที่จะได้ปฏิบัติธรรม
ทำตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
การเจริญสติปัฏฐานสี่ เจริญอริยมรรคมีองค์แปด
นอกจากจะเป็นหนทางของความพ้นจากทุกข์
พบกับความสุขที่แท้จริงของชีวิต
.
การเจริญสติปัฏฐานสี่
ก็จะช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เรียกว่ามันเกื้อกูลทั้งทางโลกและทางธรรม
ทุกคนเกิดมาก็อยากจะมีชีวิตที่ดีมีความสุข
เป็นธรรมชาติของทุกคน
ที่ไม่อยากพบเจอความทุกข์ มีชีวิตที่ดีมีความสุข
.
การปฏิบัติธรรมนี่แหละ
ที่จะทำให้เราพบสิ่งเหล่านั้นได้
ถ้าเราได้มีโอกาสเจริญสติปัฏฐานสี่อยู่เนือง ๆ
เราจะพบประสบการณ์อันล้ำค่าของชีวิต
ด้วยตัวของเราเอง
ทำให้คุณภาพชีวิตของเราดีขึ้น
จากคนเป็นคนเร่าร้อน เป็นคนมักเครียด
วุ่นวายใจ วิตกกังวล
ดั่งที่ชาวโลกทุกคนประสบอยู่ทุกวันนี้
.
มีใครไม่เคยเครียดบ้าง เคยไหมเครียดจนนอนไม่หลับ
เครียดมากเดือดเนื้อร้อนใจ
ไม่สามารถวางสิ่งต่างๆเหล่านั้นได้
การที่เรามีสตินี่แหละเป็นคำตอบของชีวิต
สามารถคลายจากความเครียด ความวิตกกังวลต่าง ๆ
ทำให้เรานอนหลับสบายขึ้น
.
ใครเคยเครียดคิดมาก จนต้องอาศัยยานอนหลับบ้าง
แต่ถ้าเราได้ปฏิบัติธรรม ธรรมโอสถนี่แหละจะรักษาเรา
ถ้าเราปฏิบัติไปเรื่อย ๆ
สุขภาพกายของเราก็จะดีขึ้น สุขภาพจิตของเราก็จะดีขึ้น
จะได้สัมผัสถึงความตั้งมั่น
ความสงบร่มเย็นของจิตใจขึ้น
อดทนต่อสิ่งต่างๆภายนอกได้มากขึ้น
มีสมาธิในการศึกษาเล่าเรียน
ในการทำงานต่าง ๆ ได้ดีขึ้น
เรียกว่ามันพัฒนาศักยภาพของตัวเราเองให้สูงขึ้น
.
เพราะฉะนั้นการปฏิบัติธรรม
ที่เป็นไปเพื่อการออกจากทุกข์ออกจากวัฏฏะ
แต่ในอีกด้านหนึ่งก็จะช่วยพัฒนาชีวิตของเรา
ทำให้เราอยู่กับโลกได้อย่างอยู่เย็นเป็นสุข
มีขีดความสามารถที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ
ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้
ลดความผิดพลาดต่าง ๆ ในชีวิตเราได้
ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถพัฒนาได้ถ้าเรามีสติ
.
.................................
ธรรมบรรยาย โดยพระมหาวรพรต กิตติวโร (ป.ธ.๖)

Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

mtom78632

mtom78632

ผู้เยี่ยมชม

7 ธ.ค. 2565 16:44 #11

soem sites that offer download games have viruses and spywares on it. so make sure to have some antivirus on your PC,, how to trend on dextools

mtom78632

mtom78632

ผู้เยี่ยมชม

smt

smt

ผู้เยี่ยมชม

12 ธ.ค. 2565 18:05 #12

Just where maybe you have discovered the source meant for that article? Wonderful studying I have subscribed to your feed. 토토사이트 검증

smt

smt

ผู้เยี่ยมชม

mtom78632

mtom78632

ผู้เยี่ยมชม

13 ธ.ค. 2565 14:07 #13

Good post. I study one thing more challenging on totally different blogs everyday. It is going to all the time be stimulating to learn content material from different writers and observe a bit of one thing from their store. I prefer to make use of some with the content material on my blog whether you don’t mind. Natually I provide you with a hyperlink in your web blog. Thanks for sharing. capital.com

mtom78632

mtom78632

ผู้เยี่ยมชม

mtom78632

mtom78632

ผู้เยี่ยมชม

14 ธ.ค. 2565 19:33 #14

Youre so cool! I dont suppose Ive read anything like that before. So nice to seek out somebody with some original applying for grants this subject. realy we appreciate you beginning this up. this excellent website is one area that is needed on-line, a person with a little originality. useful purpose of bringing a new challenge towards web! disposable carts

mtom78632

mtom78632

ผู้เยี่ยมชม

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

17 ธ.ค. 2565 12:46 #15

Je pourrais vous transférer les url pour plus de miniatures sur cette question. Ecrivez moi simplement… 파워볼 전용 사이트

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

vv

vv

ผู้เยี่ยมชม

17 ธ.ค. 2565 13:34 #16

I the efforts you have put in this, appreciate it for all the great posts . 온라인 슬롯사이트

vv

vv

ผู้เยี่ยมชม

vv

vv

ผู้เยี่ยมชม

17 ธ.ค. 2565 13:34 #17

I the efforts you have put in this, appreciate it for all the great posts . 온라인 슬롯사이트

vv

vv

ผู้เยี่ยมชม

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

20 ธ.ค. 2565 19:14 #18

An impressive share, I recently with all this onto a colleague who had previously been doing a small analysis for this. And that he the fact is bought me breakfast because I uncovered it for him.. smile. So i want to reword that: Thnx with the treat! But yeah Thnkx for spending any time go over this, I am strongly regarding this and really like reading on this topic. If at all possible, as you become expertise, would you mind updating your site with increased details? It can be extremely of great help for me. Massive thumb up because of this short article! best forex brokers

===========

Lovely blog! I am loving it!! Will come back again. I am bookmarking your feeds also 토토사이트

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

27 ธ.ค. 2565 13:12 #19

I surely did not understand that. Learnt a thing new nowadays! Thanks for that. 파워볼사이트추천

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

2 ม.ค. 2566 15:10 #20

Nice post. I discover something more challenging on diverse blogs everyday. It will always be stimulating to read content from other writers and employ a little from their site. I’d choose to use some together with the content in this little blog regardless of whether you do not mind. Natually I’ll provide a link on the internet weblog. Appreciate your sharing. eos파워볼

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

motm

motm

ผู้เยี่ยมชม

3 ม.ค. 2566 16:45 #21

Great job, I was doing a google search and your site came up for homes for sale in Altamonte Springs, FL but anyway, I have enjoyed reading it, keep it up! https://kkmtm.com

motm

motm

ผู้เยี่ยมชม

to

to

ผู้เยี่ยมชม

10 ม.ค. 2566 13:44 #22

You really should experience a tournament for starters of the finest blogs online. Let me recommend this great site! 토토사이트

to

to

ผู้เยี่ยมชม

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

11 ม.ค. 2566 17:58 #23

Hey, I simply hopped over for your website by means of StumbleUpon. Now not one thing I’d in most cases read, but I appreciated your emotions none the less. Thanks for making one thing price reading. E Commerce license

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

po

po

ผู้เยี่ยมชม

15 ม.ค. 2566 17:41 #24

Excellent! I appreciate your input to this matter. It has been useful. 파워볼사이트

po

po

ผู้เยี่ยมชม

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

16 ม.ค. 2566 13:48 #25

I am extremely impressed together with your writing abilities neatly as with the structure for your weblog. Is this a paid subject matter or did you modify it yourself? Anyway stay up the nice high quality writing, it’s rare to peer a nice blog like this one nowadays. form llc & llc benefits

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

17 ม.ค. 2566 03:23 #26

Made to measure curtains… [...]check out the sites listed below, worth a read for interiors and rugs enthusiasts[...]… property in bd

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

19 ม.ค. 2566 20:00 #27

I always was interested in this subject and still am, appreciate it for putting up. slot gacor

---------

Hello, i like the way you post on your blog. sbobet

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

23 ม.ค. 2566 22:24 #28

The best woman speeches and toasts must occupy and give memorialize for any groom and bride. Beginning car speakers face-to-face with flashy crowd should realize typically the gold colored concept pointing to presentation, which is to be your own home. best man jokes 메이저토토사이트

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

27 ม.ค. 2566 15:24 #29

Hello, I discovered your weblog in the new directory of blogs. I dont know how your website emerged. Your weblog looks good. Enjoy a nice day. judi online



-------



Some truly terrific work on behalf of the owner of this site, utterly outstanding subject matter. 메이저놀이터 추천

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

1 ก.พ. 2566 12:55 #30

Our god bless people, your blog could be the approach carrier for great organization. I actually prefer we could complete certain business along. 바카라사이트

==========



Greetings, Can I grab that photo and implement that on my blog? Akun Pro Jepang


mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

1 ก.พ. 2566 19:58 #31

very nice post, i undoubtedly love this excellent website, persist in it Ak 47 gun

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

4 ก.พ. 2566 14:13 #32

The color of your blog is quite great. i would love to have those colors too on my blog.:*— trash chute latch

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

6 ก.พ. 2566 15:54 #33

Pretty section of content. I just stumbled upon your weblog and in accession capital to assert that I acquire actually enjoyed account your blog posts. Any way I will be subscribing to your augment and even I achievement you access consistently fast. payment processing iso

mtom

mtom

ผู้เยี่ยมชม

Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

9 มิ.ย. 2562 18:01 #3



ท่านทั้งหลายก็มีกำลังใจที่จะวางสิ่งต่าง ๆ ภายนอก
มาสู่การปฏิบัติธรรม เจริญสติปัฏฐานสี่ได้
เราก็ตั้งใจของเราให้ดี วางแล้วก็วางให้จริง
ปิดโทรศัพท์ ลองตัดภาระต่าง ๆ
เครื่องกังวลเครื่องร้อยรัดต่าง ๆ สักสามวันก็ยังดี
ลองมีสติอยู่กับตัวเองดู ฝึกที่จะอยู่กับตัวเอง
ทำความรู้สึกตัวอยู่เสมอ ๆ ดู
เรียกว่าฝึกที่จะหยุดใจไว้นิ่ง ๆ
.
ปกติใจมันนิ่งหรือเปล่า
ส่วนใหญ่แล้วมันก็ไหลไปเรื่อย
เรียกว่าเราอยู่กับโลกของความคิดปรุงแต่ง
คนเราทุกวันนี้มันก็ทุกข์เพราะความคิดนี่แหละ
เกิดความเร่าร้อนต่าง ๆ ตามมามาก
เกิดความเครียดความวิตกกังว
สุขภาพจิตแย่ สุขภาพกายก็พลอยแย่ไปด้วย
โรคภัยไข้เจ็บก็ตามมามาก
ทำงานเท่าไรก็หมดค่ารักษาพยาบาล
โรคต่าง ๆ ก็มาจากสุขภาพจิตเป็นส่วนใหญ่
ความเครียดความวิตกกังวล
.
แต่ถ้าเราดำเนินชีวิตอย่างมีสติ
ปล่อยวางสิ่งต่าง ๆ เป็น
ความเครียดไม่เกิด ความวิตกกังวลไม่เกิด
แล้วเราจะพบเลยว่าชีวิตเราดีขึ้น
เราสามารถที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ
โดยไม่ทุกข์ไปกับมันได้
.
คนที่ฝึกจิตได้ดีแล้วจนนิ่งสงบอยู่
เขาจะมีความสุขกับการอยู่กับตัวเอง
แสวงหาสิ่งต่าง ๆ ภายนอกลดลง
แต่ถ้าใจเรามันไม่นิ่ง
มันต้องคอยแสวงหาไปเรื่อยไม่มีที่สิ้นสุด
.
แล้วคนที่เขาฝึกสติให้ตั้งมั่นเป็น
เมื่อถึงเวลาที่ต้องทำงานสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ
ก็จะมีความสร้างสรรค์ต่าง ๆ
ที่น่าทึ่งน่าอัศจรรย์เนี่ยมันเกื้อกูลทุกอย่าง
หน้าที่การงานเรา ชีวิตเรา ครอบครัวเรา
การใช้ชีวิตของเรามันจะดีขึ้นโดยลำดับ
ถ้าเราปฏิบัติธรรมได้ถูกต้อ
ความเร่าร้อนลดลง ใจเย็นขึ้น สงบขึ้น
มีความสุขขึ้น เบิกบานขึ้น
เราจะสัมผัสประสบการณ์ต่าง ๆ
เหล่านี้ได้ด้วยตนเอง ถ้าเราปฏิบัติธรรม
.
.................................

ธรรมบรรยาย โดยพระมหาวรพรต กิตติวโร (ป.ธ.๖)

Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

9 มิ.ย. 2562 18:03 #4



ในการเจริญสติปัฏฐานสี่
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า
ผู้ที่เจริญสติปัฏฐานสี่
จะปรารถนาความพ้นจากทุกข์หรือไม่ก็ตาม
ก็สามารถพ้นได้ถ้าปฏิบัติถูกต้อง
.
พระพุทธองค์ทรงสอนว่า
#ตั้งกายตรงดำรงสติมั่น
ตรงนี้คือหัวใจ ของการเจริญสติปัฏฐานสี่ทั้งหมด
#ดำรงสติมั่น คือ #รู้ธรรมเฉพาะหน้า
ถ้าเราเริ่มต้นที่ดำรงสติมั่นเป็น
เรียกว่าการเจริญสัมมาสติ
คือการเจริญสติที่ถูกต้อง
ผลที่ตามมาก็จะถูกต้องไปเอง
.
สัมมาสติ ดำรงสติมั่น รู้ธรรมเฉพาะหน้าเป็นอย่างไ
ใครรู้บ้าง ดำรงสติมั่นแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอีกใช่ไหม
เป็นสิ่งที่ยากอยู่ถ้าเราจะเริ่มต้นให้ถูกต้อง
แต่ลักษณะของมันสำหรับคนที่ทำถูกต้อง
สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร
มันจะเกิดสิ่งที่เรียกว่าความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
.
ในสติปัฏฐานที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า
มีความเพียร มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม มีสติ
ละความพอใจ ไม่พอใจในโลก
ตรงนี้แหละคือวิธีการปฏิบัต
ตรงนี้ถ้าที่หลวงพ่อ(ท่านเจ้าคุณ พระภาวนาเขมคุณ วิ.)สอน
หลายท่านเป็นศิษย์วัดมเหยงคณ์
หลวงพ่อก็จะสอนว่า หยุดใจไว้นิ่ง ๆ ไม่วิ่งไปจับอารมณ์
หยุดใจไว้นิ่ง ๆ รู้ทุกสิ่งเป็นเช่นนั้นเอง
นั่นคือสภาวะของการดำรงสติมั่น รู้ธรรมเฉพาะหน้า
.
จิตมันจะหยุดนิ่งตั้งมั่นอยู่
ไม่เกิดกระแสที่เรียกว่าวิ่งไปจับอารมณ์
ไม่เกิดอาการที่เรียกว่า ตามดู ตามรู้ จิตนิ่งตั้งมั่นอยู่
แต่รู้สภาวธรรมตามความเป็นจริง
มันจะต่างจากการที่เราไปเพ่งที่จุดใดจุดหนึ่ง
ถ้าเราไปเพ่งที่จุดใดจุดหนึ่ง
มันนิ่งแต่มันไม่รู้ตามความเป็นจริง มันไม่รู้ตัวทั่วพร้อม
แต่ถ้าเราหยุดใจโดยไม่ต้องไปเพ่งได้ เรียกว่าวางเป็น
สิ่งที่เกิดขึ้นคือมันจะเกิดความรู้สึกตัวทั่วพร้อมขึ้นมา
ถ้าเราวางเป็น ดำรงสติมั่นเป็น
.................................
ธรรมบรรยาย โดยพระมหาวรพรต กิตติวโร (ป.ธ.๖)

Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

9 มิ.ย. 2562 18:05 #5



วิธีปฏิบัติเบื้องต้น ท่านทั้งหลายมีความคล่องตัวแบบใด
ทำแล้วมันรู้สึกนิ่งดี สงบดีแล้ว
ก็สำรวจสภาวะของตัวเองดูว่ารู้ตัวทั่วพร้อมหรือเปล่า
ถ้ามันเป็นสมาธิที่นิ่งจดจ่อ อยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง
เมื่อมันนิ่งดีแล้ว ก็ขยายการรับรู้ออกมาทั่วทั้งตัว
มันจะเกิดความรู้สึกตัวทั่วพร้อมขึ้นมา
จิตมันจะเป็นกลางตั้งมั่นขึ้น
เกิดความรู้พร้อมทั้งกายทั้งใจ
.
สำหรับคนใหม่หรือว่าคนที่ฝึกใจยังไม่นิ่งดี
อาจจะอาศัยอุปกรณ์การหายใจเป็นเบื้องต้นเข้าช่วยก็ได้
สูดลมเข้าจนเต็มปอด กลั้นลมหายใจสักเล็กน้อย
มันจะเกิดความรู้สึกตัวขึ้นมา
ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกสบาย ๆ
ถ้าใครใช้วิธีนี้ได้แล้วรู้สึกว่ามันนิ่งดีก็ทำ
ตรงนี้จะส่งเข้าสู่สภาวะความรู้สึกตัวทั่วพร้อมได้เร็วมาก
.
พอรู้สึกตัวทั่วพร้อมเป็น
ก็แช่อยู่กับความรู้สึกทั่วทั้งตัวไปเลย
สภาวะของความรู้สึกตัวทั่วพร้อมในชั้นสัมมาสมาธิเป็นอย่างไร
ความรู้สึกตัวของร่างกายในสัมมาสมาธิ
มันก็จะเกิดความรู้สึกชา ๆ ซ่าน ๆ ตามตัว หัวตัวแขนขา
อาการหนึบ ๆ หยุ่น ๆ คล้ายสนามพลัง
บางทีก็เหมือนกระแสไฟฟ้าวิ่งทั้งตัว
เกิดอาการ ปิติ ตัวโยกโคลงทั้งตัวบ้าง ขนลุกทั้งตัวบ้าง
เกิดกระแสความร้อนทั้งตัวบ้าง เกิดกระแสความเย็น
บางทีก็เกิดอาการแข็งเป็นหินทั้งตัวบ้าง
บางทีก็เกิดอาการตัวลอยตัวเบาตัวหนัก
เกิดอาการขยายตัวหดตัวบ้าง
อันนี้คือสภาวะของชั้นสัมมาสมาธิ ที่เรียกว่าระดับของปิติ
.
ในอานาปานสติจากฐานกายเข้าสู่ฐานของเวทนา
รู้ปิติก็คือสภาวะของความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
อันนี้เป็นสภาวะชั้นต้นของสัมมาสมาธิ
คือความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
มันจะเป็นความรู้สึกของร่างกายทั่วทั้งตัวเลย
ใครปฏิบัติไปเคยเจอบ้าง
ซาบซ่านทั่วทั้งตัว ขนลุกขนพองทั้งตัว
อาการความรู้สึกตัว ถ้าเรานิ่งเป็นแล้วจะเกิดสภาวะพวกนี้
แล้วเราแช่อยู่กับความรู้สึกตัวเป็น
สติสัมปชัญญะของเราจะพัฒนาได้ดีมาก
เรียกว่ามันเต็มฐานความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
จากนั้นก็ฝึกรู้สึกทั้งตัวไปเลย
ยืน เดิน นั่ง นอน ทำอะไรก็รู้สึกทั้งตัวไปเลย
สติสัมปชัญญะก็จะละเอียดขึ้นโดยลำดับ
.
ถ้าเราปฏิบัติไปเรื่อย ๆ สติสัมปชัญญะละเอียดขึ้น
จากความซาบซ่านทั่วทั้งตัว ก็จะเกิดความสุข เบาสบาย
เบากาย เบาใจ เกิดความโปร่งโล่งเบาสบาย
ถ้าเราพัฒนาสติมาถึงโปร่งโล่งเบาสบายแล้วละก็
เราจะพบเลยว่าที่จริงแล้วนี่ ความสุขไม่ต้องไปแสวงหา
จากภายนอกที่ไหนเลย อยู่ภายในใจของเรานี่เอง
จะพบกับความสุขเบาสบาย ที่มันประณีตขึ้นโดยลำดับ
จากที่เคยเป็นคนเครียดคิดว่าวิตกกังวลทุกข์กายทุกข์ใจ
ความเร่าร้อนเหล่านี้จะหายไปเหลือแต่ความสุขเบาสบาย
ต่อให้เรามีเงินทองมากมายสักเพียงใด
มีอำนาจมากมายสักเพียงใด
ก็ไม่สามารถที่จะพบกับความสุขระดับนี้ได้เลย
แต่สามารถพบได้จากการปฏิบัติธรรม จากการเจริญสติปัฏฐาน
ทำให้เราเข้าถึงความสุขที่แท้จริงของชีวิตได้
.
ความสุขจากชั้นโปร่งโล่งเบาสบายนี่ก็สุขมากแล้วโยม
กายเบาจิตเบาโปร่งโล่งเบาสบาย
ปฏิบัติไปก็เหลือแต่ความเบาสบายความเร่าร้อนหายไป
แต่จากนั้นมันก็จะละเอียดขึ้นโดยลำดับ
นี่คือสภาวะของสัมมาสมาธิ ใจเราก็จะนิ่งขึ้นสงบขึ้นตั้งมั่นขึ้น
จากนั้นก็จะพาเดินจิตพลิกเป็นวิปัสสนาญาณทัศนะ
เกิดการแยกธาตุแยกขันธ์ เกิดการรู้เห็นตามความเป็นจริง
สภาวะของสัมมาญาณทุกสิ่งทุกอย่าง
ก็จะเกิดการแยกธาตุแยกขันธ์เป็นของใครของมัน
มิติใครมิติมัน เกิดดับของใครของมัน
เห็นขันธ์ทั้งห้า เกิดดับตามความเป็นจริง
เกิดญาณเห็นจิตสภาวะของสัมมาญาณ
.
เกริ่นให้ท่านทั้งหลายเข้าใจไว้ในเบื้องต้น
จากสัมมาสติตั้งกายตรงดำรงสติมั่น
เข้าสู่สัมมาสมาธิเกิดความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
เกิดการรู้จิต พลิกเป็นสัมมาญาณ
เกิดการเห็นธรรมตามความเป็นจริง
เข้าสู่สัมมาวิมุต จิตหลุดพ้น นิโรธอวิชชาดับ
สเต็ปการปฏิบัติก็จะเป็นแบบนี้
ถ้าเราดำเนินได้ถูกต้อง
สติสัมปชัญญะก็จะพัฒนาไปแนวทางนี้

.................................

ธรรมบรรยาย โดยพระมหาวรพรต กิตติวโร (ป.ธ.๖)

Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

9 มิ.ย. 2562 18:08 #6



พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า
หากว่าโลกนี้ไม่มีธรรมชาติที่ชื่อว่า
การเกิด การแก่ การเจ็บ และการตาย
ก็จะไม่มีพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นมาในโลก
พระสัจธรรมก็ไม่ต้องแพร่หลายไปทั่วโลก
แต่เพราะว่าโลกนี้มีธรรมชาติที่ชื่อว่า
การเกิด การแก่ การเจ็บ และการตาย
จึงต้องมีพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นมาในโลก
พระสัจธรรมจึงต้องแพร่หลายไปทั่วโลก
.
ทรงตรัสว่าเมื่อมีธรรมชาติที่ชื่อว่า
การเกิด การแก่ การเจ็บ และการตาย
ก็ต้องมีธรรมชาติที่พ้นจาก
การเกิด การแก่ การเจ็บ และการตาย
เมื่อมีกองทุกข์ก็ต้องมีธรรมชาติ
ที่พ้นจากกองทุกข์ทั้งปวง
นั่นคือธรรมชาติที่แท้จริงที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้
และทรงประกาศพระสัจธรรม
.
หนทางที่จะเข้าถึงธรรมชาติที่แท้จริง
ที่พ้นจากกองทุกข์ทั้งปวงได
ธรรมชาติ พระองค์ทรงแบ่งไว้สองประเภท
.
ที่เรียกว่า #สังขตธรรม ธรรมชาติของมันก็คือ
#มีการเกิดปรากฏมีการเสื่อมปรากฏ
#เมื่อตั้งอยู่ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างอื่น
.
ส่วนธรรมชาติอีกประเภทหนึ่ง
ที่เรียกว่า #อสังขตธรรม
ลักษณะของอสังขตธรรมก็คือ
#ไม่มีการเกิดปรากฏ #ไม่มีการเสื่อมปรากฏ
#คงสภาวะเช่นนั้นเอง
.
สภาวะของอสังขตธรรมนี่
#จะเป็นสภาวะรู้ที่บริสุทธิ์อยู่
เป็นความว่างที่บริสุทธิ์อยู่ เรียกว่านิพพานธาตุ
ธาตุรู้กับวิญญาณขันธ์เป็นคนละสิ่งกัน
สภาวะของอสังขตธรรมหรืออมตะธรรมหรือธรรมธาตุ
#จะเป็นแค่สภาวะรู้ที่ไร้ตัวตนไร้ขอบเขต
ที่เรียกว่าสุญญตาและเป็นความว่างที่บริสุทธิ์อยู่
.
ทุกคนมีส่วนหนึ่งของธาตุรู้อันนี้อยู่ มีอยู่แล้วทุกคน
ถ้าไม่มีส่วนนี้ จะพ้นจากกองทุกข์ไม่ได้เลย
แต่เพราะความไม่รู้จึงถูกอวิชชาเข้าครอบงำ
ถูกความหลงเข้าครอบงำ
จากนั้นก็หลงวกวนอยู่ในวัฏสงสาร โลกแห่งสมมุติมายา
เกิดแก่เจ็บตายวนเวียนอยู่ร่ำไป ไม่รู้จักจบจักสิ้น

♥ดั่งที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า
#เพราะสัตว์โลกไม่รู้พระสัจธรรม
#จึงถูกอวิชชาเป็นเครื่องกั้นถูกตัณหาเป็นเครื่องผูก
#จึงต้องท่องเที่ยวไปในวัฏสงสารอย่างยาวนาน
#ไม่สามารถที่จะกำหนดถึงเบื้องต้นและเบื้องปลายได้เลย
.
สมมุติว่านำดินมาทั้งโลกนี
มาปั้นเป็นลูกเล็ก ๆ เท่าลูกกระเบ้า
สมมุติว่าก้อนนี้แทนผู้ที่เคยเกิดเป็นพ่อเรา
ก้อนนี้แทนผู้ที่เคยเกิดเป็นพ่อของพ่อเรา
นำมานับอย่างนี้อยู่ร่ำไป ปรากฏว่าดินทั้งโลกหมดก่อน
แต่ผู้ที่เคยเกิดเป็นพ่อเราเนี่ยยังไม่หมดเลย
วัฏฏะสงสารมันยาวนานเช่นนั้
การเกิดทุกคราวก็ต้องพบกับความทุกข์อยู่ร่ำไป
ต้องพบกับสภาพของการเกิด
สภาพของการเจ็บไข้ได้ป่วย
สภาพของการแก่ สภาพของการตาย
เกิดแก่เจ็บตายวนเวียนอยู่ร่ำไปไม่รู้จักจบจักสิ้น
ตราบใดที่เรายังไม่พบพระสัจธรรม
ไม่แทงตลอดความจริงของธรรมชาติ
ชีวิตของเราท่านทั้งหลายก็จะหลงวนเวียนอยู่
ในวัฏสงสารเช่นนี้อยู่ร่ำไป
.
ปัจจุบันจึงนับว่าเป็นโอกาสอันดีของชีวิต
ที่เราท่านทั้งหลายได้มีโอกาสพบพระพุทธศาสนา
ได้มีโอกาสที่จะทำตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทำที่พึ่งให้กับตนเอง ก็จะเป็นโอกาสอันดีของชีวิต
ที่จะสามารถหลุดพ้นจากวังวนของกองทุกข์ได้
.
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า
#สติปัฏฐานสี่เป็นทางสายเดียว
#ที่จะหลุดพ้นจากกองทุกข์ได
คำว่าสติที่เป็นทางสายเดียว
ที่จะพ้นจากกองทุกข์ได้ก็คือสภาวะรู้
ที่เป็นอมตะธรรมนั่นแหละ
เมื่อใดที่สามารถเข้าถึงสภาวะรู้ของจริง
ก็จะหลุดจากกองทุกข์หลุดจากขันธ์ทั้งห้าได้
.
เพราะฉะนั้นการปฏิบัติธรรมทั้งหมด
เราจะใช้วิธีเบื้องต้นอย่างใดก็ตาม
จะพ้นจากกองทุกข์ได้
#ต้องเข้าถึงสภาวะรู้ที่เรียกว่าสติตัวจริง
#สภาวะของมันจะเป็นแค่สภาวะรู้ล้วน
#ไม่อะไรกับอะไรเลย #ไร้ตัวตนไร้ความยึดติด
#ซึ่งทุกคนมีส่วนหนึ่งของสภาวะรู้นี้อยู่แล้ว
แต่ถูกอวิชชาเข้าบดบัง ถูกความหลงเข้าบดบัง
.
ดั่งที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า
จิตนี้ประภัสสรผ่องใสมาแต่เดิม
แต่เศร้าหมองเพราะอุปกิเลสจรมา
#ประดุจพระจันทร์ในวันเพ็ญงามกระจ่างกลางท้องฟ้า
#ถูกเมฆหมอกเข้าบดบังพระจันทร์ก็อับแสง
#ถูกความคิดปรุงแต่งถูกความหลงเข้าบดบัง
เกิดตัวตนเกิดภพเกิดชาติหลงวนเวียนอยู่ในวัฏสงสาร
การที่เราจะออกจากวังวนเหล่านี้ได้
ก็ด้วยการปฏิบัติธรรม คือ การเจริญสติปัฏฐานสี่

.................................

ธรรมบรรยาย โดยพระมหาวรพรต กิตติวโร (ป.ธ.๖)

Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

9 มิ.ย. 2562 18:10 #7



ใครเคยรู้สึกได้ #กระแสของธรรมารมณ์
#ที่มันผุดจากใต้ลิ้นปี่ขึ้นมา จะเรียกว่าจิตสังขารก็ได้
ตรงนี้ถ้าในอภิธรรมจะเรียกว่าหทัยวัตถุ
ที่ว่าจิตเกิดจากหทัยวัตถุ
จริง ๆ มันเป็นแค่กระแสของธรรมารมณ์เท่านั้นเอง
เราจะทันกระบวนการนี้หรือเห็นกระบวนการนี้
สติเราต้องมีความละเอียดพอ
มันมีสิ่งเดียวเท่านั้นที่เห็นสิ่งนี้ได้ทั้งหมด
.
กิเลสทั้งหมดเวลามันเกิดขึ้น
มันเกิดขึ้นจากใต้ลิ้นปี่นี่แหละ
มันผุดขึ้นมา ๆ แล้วมันออกที่ประตูญาณ
อันนั้นจริง ๆ แล้วมันเป็นแค่ธรรมารมณ์
เป็นตัวจิตสังขารก็ได้แล้วแต่จะเรียกว่าอะไร
กิเลสรักโลภโกรธหลงทั้งหมดเกิดจากตรงนี้
ทั้งภายในและภายนอกไม่ใช่เฉพาะภายในเท่านั้น
บางทีกระแสจิตไปรับอารมณ์ของคนอื่น
มันก็จะมาผุดตรงนี้ ถ้าสติเราละเอียดระดับหนึ่งเราจะเห็น
เราจะรู้เลยกิเลสมันเกิดจากตรงไหน
มันก็เกิดจากตรงนี้แหละ รักโลภโกรธหลงเกิดดับๆๆไป
.
แต่ตรงนั้นมันยังไม่ใช่ตัวอวิชชา มันเป็นคนละส่วนกัน
มันเป็นแค่กระแสที่เกิดดับออกประตูญาณไป
ตัวอวิชชามันจะเป็นจิต ที่มันคู่กับสติตัวจริงหรือสภาวะรู้
โดยปกติธรรมชาติมันจะอยู่ที่กลางหัว
แต่บางคนอาจจะเลื่อนลงมาได้
ถ้าเราปฏิบัติไปเกิดความตื่นรู้ช่วงบนนี่คือสภาวะรู้จริง ๆ
แล้วมันมีตัวอวิชชาบังอยู่ที่เป็นตัวจิต
ตัวอวิชชาหรือตัวจิตตัวนี้หลายคนเรียกมันว่าตาที่สามก็ได้
ที่เขาฝึกกันดูนู้นดูนี่ ก็คือตัวจิตที่มันไปส่อง
แต่มันมีสภาวะรู้ของจริงอยู่ข้างหลัง อวิชชามันบังอยู่
ถ้าจะดับทั้งหมดต้องดับที่ตัวนี้ ถ้าดับที่ตัวนี้จบเลย
สภาวะรู้ของจริงนี้ เห็นได้ทั้งตัวจิต
และตัวธรรมารมณ์ที่ผุดขึ้นจากใต้ลิ้นปี่ มันจะผุด ๆ ออกมา
.
ถ้าสติมีความคมพอมันจะใสเหมือนฟองสบู่เลย
เวลาฝึกใช้ญาณต่างๆ ก็ฝึกกันตรงนี้แหละ
ทีนี้ถ้าเราไปฝึกดูจิต ฝึกดูธรรมารมณ์
สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคืออะไ
ให้ไปดูจิตเกิดดับก็ไปดูกระบวนการของมันนะ
ตัวอวิชชาทุนเดิมมันก็ใสของมันอยู่
ส่วนตัวนี้มันเป็นกิเลสที่ผุดขึ้น
แต่เมื่อใดที่ดูมัน ตัวนี้จะเกิดจิตส่งออก
ไปจับปุ๊ปแล้วมันจะกลายเป็นจิตที่มีกิเลสขึ้นมา
จริง ๆ วิธีที่ถูกต้อง ต้องวางปล่อยมัน อยู่กับรู้ไปเรื่อย ๆ
ตัวนี้มันก็จะแค่ผุดออก ๆ ๆ
ไม่มีการปรุงแต่งเป็นอัตตาตัวตนเป็นกิเลส
มันจะเป็นแค่กระแสพลังงานที่ผุดออกไป ๆ ๆ
.
สติตรงนี้มันคือสภาวะของสติในระดับของฌานที่สาม
โปร่งโล่งเบาสบาย ตรงนี้ก็เหมาะที่จะพลิกเป็นญาณทัศนะ
แล้วเราพลิกเป็นญาณทัศนะ ตรงนี้นี่จะเกิดสิ่งที่เรียกว่าญาณเห็นจิต
ก็คือตัวสติกับตัวจิตมันแยกออกจากกันปุ๊ป
มันจะเห็นจิตเกิดดับได้เลย
สติในระดับนี้มีความละเอียดในระดับวาระจิต
ที่ว่าจิตมันเกิดดับรวดเร็วมาก
แต่ถ้าเราพัฒนาสติมาระดับนี
เราจะเห็นการเกิดดับของมันได้เลย
ที่เรียกว่าญาณเห็นจิตหรือญาณทัศนะก็คือสภาวะนี้
ทีนี้ถ้าวางหมดจดหรือเดินจิตเป็น
ก็คือปล่อยให้ตัวจิตหรือตัวอวิชชานี้มันดับไปเลย
นั่นแหละคือสภาวะของนิโรธ
มันจะเหลือแต่สภาวะรู้ที่บริสุทธิ์อยู่
.
อยู่กับรู้ตรงนี้ก็คืออยู่กับรู้ของหลวงปู่ดุลย์
ที่เรียกว่าจิตคือพุทธะ
สภาวะรู้ของหลวงปู่ดุลย์คือสภาวะรู้ของจริง
ไม่ใช่ตัวจิต ตัววิญญาณขันธ์
จริง ๆ ถ้าเราฝึกอยู่กับรู้เป็นเลย
แล้วอยู่กับรู้ไปเลยนี่มันจะเป็นสภาวะที่เป็นนิโรธไปเล
คือมันไร้ตัวตน มันจะเป็นแบบที่หลวงพ่อพุทธทาส
ท่านพูดว่าจิตว่าง มันว่างจากอัตตาตัวตน
คือตัวตนมันหายไป
สภาวะมันก็มีอยู่ปกติแต่ตัวตนมันหายไป
.
ทีนี้จะลองให้ท่านทั้งหลายลองทำดู
ลองผ่อนคลายสบาย ๆ ดู
วางการกำหนดทุกสิ่งทุกอย่าง
อันนี้เข้าถึงได้ด้วยการปฏิบัติตาม คิดตามไม่ได้
ให้รู้จักสภาวะรู้ ให้อยู่กับรู้เป็น วางทุกสิ่งทุกอย่าง
ไม่ต้องไปรู้อะไรเลย ก็จะพบว่ามันก็รู้อยู่ดี
#สภาวะรู้ ที่มันไม่รู้อะไรเลยนั่นแหละคือสติตัวจริง
ให้อยู่กับรู้ไปเรื่อย ๆไม่ต้องไปรู้อะไรเลย
วางทุกสิ่งทุกอย่างไม่ต้องไปรู้อะไรเลย
#มันจะเหลือแค่รู้แค่นั้นเอ
.
อาการดูนี่แหละ ตัวจิตเกิดขึ้น
มหากาพย์แห่งวัฏสงสาร
ที่ปฏิบัติมันพ้นไม่ได้ก็เพราะสภาวะดูนี่แหละ
ถ้าเราวางได้หมดมันจะเหลือแค่รู้
ถ้าอยู่กับรู้เป็น อวิชชามันจะไม่เกิด
เพราะฉะนั้นการปฏิบัติจริง ๆ
มันจะเหลือแค่สภาวะรู้อย่างเดียว
เอาไปลองฝึกดูเล่น ๆ นะ
.
ส่วนใหญ่เราฝึกชอบติดตามดูตามรู้ใช่ไหม
นั่นแหละคือตัวจิตที่มันเกิดขึ้นมาแล้วมันบังของจริง
อาการตัวจิตจริง ๆ มันจะเรียกว่าเป็นอาการดูก็ได้
ถ้าเราละเอียดพอเราจะเห็นการทำงานของมัน
มันเป็นอาการดู ดูตรงไหนจิตมันก็จะส่งออกไปตรงนั้น
แล้วมันก็จะเกิดการยึดมั่นที่ตรงนั้น
#ส่วนสติตัวจริงมันจะเป็นแค่สภาวะรู้
#สภาวะรู้ ที่มันไม่มีอะไรเลย
#มันไม่อะไรกับอะไรเลย มันเป็นสภาวะรู้อย่างเดียว
#แล้วมันไม่ยึดมั่นอะไรเลยทั้งสิ้น
ไม่มีสภาวะที่เรียกว่าการยึดมั่นการเกาะติดใด ๆ ทั้งสิ้น
มันเป็นสภาวะของอมตะธรรม
แต่ถ้าเรายังทำไม่เป็นก็อาศัยความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
เป็นฐานไปก่อน แล้วพอวางได้ทุกอย่าง
ตัวอวิชชามันจะดับไป
วัฏฏะมันเป็นแค่สภาวะหลงที่มันบังสภาวะรู้ของจริงเท่านั้นเอง
ปฏิบัติทั้งหมดมันต้องทวนกระแสเข้าสู่สภาวะรู้

.................................

ธรรมบรรยาย โดยพระมหาวรพรต กิตติวโร (ป.ธ.๖)

Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

9 มิ.ย. 2562 18:12 #8



พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า
#เมื่อสัมมาสมาธิเกิดเป็นประธาน
#มันจะแวดล้อมด้วยอริยมรรคทั้งเจ็ดเลย
เรียกว่าเกิดมรรคสมังคี
จากความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
อริยมรรคมีองค์แปดก็จะเกิดขึ้น ตั้งแต่ชั้นนี้ขึ้นไป
ก็จะเกิดการแทงตลอดอริยสัจในชั้นเบื้องต้น
ตัดที่ตัณหาอุปาทาน จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า
#สักแต่ว่ารู้ #สักแต่ว่ารู้สึก
#สักแต่ว่าเห็น #สักแต่ว่าได้ยินขึ้นมา
เกิดการปล่อยวางในชั้นต้น
.
เมื่อเราพัฒนาสติขึ้นมาตรงนี้
#ถึงเน้นให้ฝึกอยู่กับความรู้สึกทั้งตัวไปเลย
เช่นวิธีที่แนะนำไว้ #สูดลมหายใจเข้า #หยุดลมหายใจ
ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออก
ค่อย ๆ ทำไปเราจะพบว่ามันนิ่งอยู่กับตัวเอง
แล้วมันจะเกิดความรู้สึกตัวขึ้นมา
วิธีนี้ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะส่งให้เกิด
ความรู้สึกทั้งตัวได้อย่างรวดเร็ว

.
#หรือใครจะใช้วิธีการสแกนร่างกายทั้งตัวก็ได้
#ไล่ไปหัวตัวแขนขาแล้วขยายความรู้สึกทั้งตัวออกไปเลย
ไม่ได้รู้ทีละส่วนแล้ว รู้ทั้งตัวออกไปเลย
#ส่วนใครถนัดที่จะจดจ่ออยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง
เช่นปลายจมูก ท้อง หรือเวลาเดินถนัดจดจ่ออยู่ที่เท้า
#พอทำแล้วก็ฝึกที่จะขยายรู้ทั้งตัวไปเลย
จะพลิกเข้าสู่สภาวะของชั้นสัมมาสมาธิ
จิตตั้งมั่น จิตเป็นกลาง เกิดความตื่นรู้
มันจะเกิดความรู้สึกทั้งตัวขึ้นมา
.


สภาวะของความรู้สึกทั้งตัวในชั้นสัมมาสมาธิ
หลัก ๆ มันจะเป็นความรู้สึกของร่างกายทั่วทั้งตัว
สภาวะนี้มันจะเกิดความรู้สึกชา ๆ ซ่าน ๆ ตามตัว
ปฏิบัติไปเคยเป็นไหม ไม่ใช่เหน็บกินนะ
อาการหนึบ ๆ หยุ่น ๆ คล้ายสนามพลังทั่วทั้งตัว
มันเป็นสภาวะระดับเดียวกันของปิติ
บางทีมันก็เกิดขนลุกทั้งตัว
มีอาการยุบยิบยุบยับเหมือนมดไตทั่วทั้งตัว
อาการตัวโยกโคลงทั้งตัว
#ตรงนี้วิธีพลิก ถ้าปฏิบัติฝึกแบบเพ่ง
#พอเกิดตัวโยกทั้งตัวให้พลิกมารู้ทั้งตัว
#ตรงตัวโยกโคลงมันจะพลิกมาเป็นสัมมาสมาธิเลย
ที่เรียกว่า รู้ปิติ ในอานาปานสติ
มันเป็นสภาวะของชั้นสัมมาสมาธิ
เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน
สติจะวางจากฐานกายเข้าสู่ฐานของเวทนา
ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม ภาษาอภิธรรมเรียกว่า
เหลือแต่ปรมัตถธรรม เหลือแต่ความรู้สึกล้วน ๆ
.
#บางทีก็เกิดอาการซ่าน ๆ ทั้งตัว
#คล้ายสนามพลังคล้ายกระแสไฟฟ้าทั้งตัว
#บางทีปฏิบัติไปเกิดกระแสความร้อนทั้งตัว
#บางทีก็เกิดกระแสความเย็น
#บางทีก็เกิดอาการแข็งเป็นหินทั้งตัวเลย
เคยเป็นไหม หรือเกิดสภาวะธรรมแบบนี้ไหม...?
.
ถ้าเราไม่เข้าใจสภาวธรรม
เราปฏิบัติไป เราก็งง ไม่รู้ว่าคืออะไร
แต่ให้สังเกตว่า #ใจเรามันนิ่งขึ้นอยู่กับตัวเองได้ดีขึ้น
มันเป็นผลของการปฏิบัติ
#เมื่อใจเรานิ่งเป็น #ดำรงสติมั่นเป็น
#ปล่อยวางเรื่องภายนอกเป็น
#มันจะเกิดสภาวะนี้ขึ้นมาเองโดยธรรมชาติ
มันเป็นสภาวะที่มีอยู่แล้วโดยธรรมชาติ
.
บางทีก็เกิดอาการตัวลอยทั้งตัว
ขยายทั้งตัวใหญ่ ตัวหนัก ตัวเล็ก เป็นต้น
มันเป็นสภาวะของความรู้สึกตัวทั้งสิ้น
ที่เรียกว่านามกายก็ได้ จะเรียกว่ากายในกายก็ได้
สติปัฏฐานที่พระพุทธเจ้าทรงพูดถึง
พิจารณากายในกาย เวทนาในเวทนา
จิตในจิต ธรรมในธรรม
มันเป็นสภาวะของนามกายข้างใ
เป็นสภาวะชั้นสัมมาสมาธิขึ้นไป
เมื่อใดที่เราพัฒนาสติให้มีความนิ่งตั้งมั่นได้
ก็จะเกิดสภาวะพวกนี้ขึ้นมา
ก็ให้แช่อยู่กับความรู้สึกทั้งตัวไปเลย
.
ส่วนวิธีมาอาจจะแตกต่างกัน
ก็ให้มาฝึกที่จะรู้สึกทั้งตัวไปเลย
แล้วการปฏิบัติของเราจะต่อยอดไปได้อีกเยอะ
ความรู้สึกทั้งตัว รู้สึกตัวทั่วพร้อมนี่
มันจะเป็นรอยต่อทั้งภาคสมถะฌานสมาบัติ
และวิปัสสนาญาณทัศนะ
พลิกไปมาได้ระหว่างสัมมาสมาธิกับสัมมาญาณ
ถ้าเราไม่ทำจิตให้เป็นกลาง รู้ตัวทั่วพร้อม
เราจะพลิกจิตไปมาแบบนี้ไม่ได้
เรียกว่ายกจิตเข้าสู่ชั้นปัญญาญาณ
เข้าสู่ชั้นวิปัสสนาญาณไม่ได้
.
แต่ถ้าเราเข้าสู่กระบวนการของสัมมาสมาธิ
คือความรู้สึกตัวทั่วพร้อม จะต่อยอดเข้าสู่สัมมาญาณได้
ที่เรียกว่าเห็นตามความเป็นจริง
#ถ้าเราจะพัฒนาสัมมาสมาธิให้มีความตั้งมั่น
#ก็ให้แช่อยู่กับความรู้สึกทั้งตัวไปเลย
นั่งอยู่ก็รู้สึกทั้งตัว ยืนก็รู้สึกทั้งตัว เดินก็รู้สึกทั้งตัว
นอนก็รู้สึกทั้งตัว ทำอะไร ๆ ก็ฝึกที่จะรู้สึกทั้งตัวไปเลย
สติสัมปชัญญะก็จะพัฒนาได้เต็มฐาน

.................................

ธรรมบรรยาย โดยพระมหาวรพรต กิตติวโร (ป.ธ.๖)

Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

9 มิ.ย. 2562 18:14 #9



ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม นี่มีประโยชน์มาก
มันเป็นภาคพลังงานของมนุษย์
#ถ้าเราอยู่กับความรู้สึกทั้งตัวอยู่เป็นประจำ
#เราจะรู้สึกว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน
#อะดรีนาลีนเต็มเปี่ยม


ล้วความรู้สึกตัวนี่มันเป็นคู่ปรับกับความคิดปรุงแต่ง
คนเราทุกวันนี้เครียดเยอะ วิตกกังวล เร่าร้อน
#ลองมาอยู่กับความรู้สึกตัว
#มันจะหลุดจากความคิดปรุงแต่ง
ความเครียดหายไป ความเบาสบายเกิดขึ้นมาแทน
ความสุขเกิดขึ้นมา มีความเย็นเป็นสุข
ลดการแสวงหาจากภายนอก
เวลาเรานอน เราก็หลับไปกับความรู้สึกทั้งตัว
มันจะหลับง่าย หลับลึก มีความสุข
ตื่นมาก็สดชื่น ไม่ฟุ้งซ่าน
.
เพราะฉะนั้นประโยชน์มันช่วยเราทุกอย่าง
เมื่อเราอยู่กับความรู้สึกทั้งตัวไปเรื่อย ๆ
สุขภาพเราก็จะดีขึ้น
#ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม #จะช่วยปรับสมดุลในร่างกาย
ถ้าเราเดินจิตเป็น มันจะพลิกไปตามธาตุต่าง ๆ ได้ด้วย
แปรไปเป็นธาตุไฟ เกิดกระแสความร้อนทั้งตัว
เกิดกระแสความเย็น แปรไปเป็นธาตุน้ำ ธาตุลม
ก็จะปรับสมดุลธาตุร่างกายเร
.
ที่ทุกวันนี้สุขภาพเราไม่แข็งแรง เราป่วย
#หนึ่งเป็นเพราะความเครียด วิตกกังวล
#สองเพราะร่างกายมันไม่สมดุ
ความรู้สึกตัว ถ้าเราอยู่กับมันเป็นประจำ มันจะปรับสมดุล
เราจะรู้สึกว่าสุขภาพเราแข็งแรงขึ้น
กระปรี้กระเปร่าขึ้น มีพลังในการใช้ชีวิต
มีพลังที่เราจะอยู่กับโลก แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตได้
ไม่จมปลักไปกับความคิด
โลกของความคิด นี่มันก่อให้เกิดความทุกข์ ความเร่าร้อน
เมื่อเรากลับมาอยู่กับความรู้สึกตัว
มันจะหลุดจากพวกนี้
.
เบื้องต้นอาศัยฐานของสติปัฏฐาน
และฐานที่เป็นฐานใหญ่ คือฐานของเวทนา
คือความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
ทีนี้เมื่อเราอยู่กับความรู้สึกทั้งตัวไปเรื่อย ๆ
สติมันจะละเอียดขึ้น
มันก็จะเกิดความซาบซ่านทั่วทั้งตัว
#อาการซาบซ่านทั่วทั้งตัวนี่แหละ #คือธรรมะปิติ
เราจะรู้สึกเลยว่า เราทรงพลังมาก
.
ถ้าเราเดินจิตในความรู้สึกตัวเป็นนี่ ใช้ประโยชน์ได้
มันเป็นภาคพลังงานของร่างกา
มนุษย์เรามีพลังงานอยู่แล้ว มีขุมทรัพย์ที่ดีอยู่แล้ว
เพียงแต่เราไม่ได้อยู่กับมั
#เมื่อใดก็ตามที่เราอยู่กับตัวเองเป็น
#อยู่กับความรู้สึกทั้งตัวเสมอๆ
#พลังแห่งชีวิตตรงนี้ #มันจะถูกปลุกขึ้นมา
เหมือนพวกฝรั่ง ที่เขาไปฝึกของอินเดีย โยคี
พลังกุณฑาลิณีบ้าง การเปิดจักระทั้งเจ็ดบ้าง
พลังจักรวาล พลังธรรมชาติบ้าง
ที่จริงพวกนี้มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของ
เวทนานุปัสสานาสติปัฏฐาน
มันเป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกตัวเท่านั้นเอง
.
ถ้าเราดำรงสติมั่น จักระทั้งเจ็ดมันจะเปิดขึ้นหมดเลย
แล้วสิ่งที่ปรากฏก็คือ ปิติความซาบซ่านทั่วทั้งตัว
ที่เขาฝึกกัน ไม่ต้องไปไล่เปิดทีละฐาน ดำรงสติมั่นเป็น
#สติตั้งมั่นเป็นสัมมาสมาธิก็จะเกิดความรู้สึกทั้งตัวขึ้นมา
#จะเกิดความซาบซ่านทั่วทั้งตัวขึ้นมา
#นั่นแหละจักระมันจะเปิดหมดเลย
พลังกุณฑลิณีก็จะเกิดขึ้น
เราจะเป็นมนุษย์ที่ทรงพลังมาก
#เราเอาพลังตรงนี้ไปใช้กับโลกได้
#ทำให้จิตเรามีความหนักแน่นมั่นคง
มีวุฒิภาวะทางอารมณ์สูงขึ้น
ปล่อยวางเรื่องราวต่าง ๆ ได้มากขึ้น
มีขีดความสามารถในการแก้ไขปัญหาต่างๆได้
พัฒนาศักยภาพมนุษย์ของเราขึ้นมาได้
.
ที่เขาบอกว่ามนุษย์เราสามารถใช้ศักยภาพของตัวเอง
ได้เพียงแค่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น
อีกเก้าสิบเปอร์เซ็นต์มันปลุกได้
โดยการเจริญสติปัฏฐาน
พัฒนาขึ้นมา ศักยภาพของเราจะถูกปลุก
แล้วนำไปใช้ในชีวิตประจำวันในโลกได้
ทำให้เราอยู่กับโลกได้อย่างเป็นสุข

.................................

ธรรมบรรยาย โดยพระมหาวรพรต กิตติวโร (ป.ธ.๖)

Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

9 มิ.ย. 2562 18:16 #10



แยกให้ออกระหว่าง #อาการดู กับ #อาการรู้
ถ้ารู้เป็นเมื่อไรนั่นแหละการปฏิบัติ
ที่เรียกว่าสามารถพ้นจากทุกข์ได้
.
#อาการดูมันเป็นอาการของจิต
มันเหมือนไฟฉายนะ
#ฉายไปตรงไหนมันก็ส่องแค่ตรงนั้น
#มันก็เห็นแค่ตรงนั้น #มันก็รู้แค่ตรงนั้น
นั่นคืออาการของจิต
.
#แต่อาการของสติ ที่เป็นสภาวะรู้
#มันเหมือนแสงเทียน มันเหมือนแสงไฟ
#มันจะสว่างออกรอบตัว
#ทุกสิ่งที่อยู่ในข่ายของมันจะถูกรู้ทั้งหมด
สภาวะของความรู้สึกตัวทั่วพร้อมจึงเกิดขึ้น
.
จิตมันรู้ได้ทีละอารมณ์ใช่ไหม
นั่นมันคือสภาวะของจิต เกิดดับ รู้ได้ทีละอารมณ์
#แต่สภาวะของสติไม่ใช่ #สภาวะของสติมันเหมือนเรด้า
#ทุกอย่างที่อยู่ในข่ายของสติจะถูกรู้ทั้งหมด
เกิดพร้อมกัน ก็รู้พร้อมกัน
สติที่พูดถึงนี่คือ สติตัวจริงนะ
ภาษาพระท่านเรียกว่า ญาณทัศนะ ยถาภูตญาณทัสสนะ
การรู้เห็นตามความเป็นจริง
วิมุตติญาณทัสสนะ การรู้เห็นความหลุดพ้น
ญาณทัสสนะวิสุทธิ สภาวะนิโรธ ที่เป็นความบริสุทธิ์ล้วนๆ
มันก็คือสภาวะรู้อันนี้เท่านั้นเอง
แล้วแต่ภาษาจะพาไป คำว่าญาณทัศนะก็คือตัวนี้
.
#ทุกคนมีส่วนหนึ่งของสภาวะรู้นี้อยู่
#การปฏิบัติก็คือเพื่อปลุกสภาวะรู้นี้ขึ้นมา
เพราะฉะนั้นลักษณะของการปฏิบัติ
มันจะเป็นแค่การตื่นรู้เท่านั้นเอง
พอตื่นรู้แล้ว ยืน เดิน นั่ง นอน
ก็รู้ตื่นไปเรื่อย ๆ รู้ ตื่น เบิกบานไป

.................................

ธรรมบรรยาย โดยพระมหาวรพรต กิตติวโร (ป.ธ.๖)

Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

ตอบกระทู้
CAPTCHA Image
กรุณากรอกตัวเลขผลลัพธ์จากด้านบน
Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้